ลั่นทมขาว (ลีลาวดีขาวพวง)
 
ลั่นทมขาว (ลีลาวดีขาวพวง)
ชื่ออื่นๆ: ลีลาวดี
ชื่อสามัญ: Singapore plumeria, Frangipani, Plumeria, Pagoda tree, Temple tree
ชื่อวิทยาศาสตร์: Plumeria obtusa L.
วงศ์: APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด: เม็กซิโก อเมริกากลาง และอเมริกาใต้
ลักษณะทั่วไป: ไม้พุ่มขนาดกลาง  พุ่มกลมเมื่ออยู่กลางแจ้ง
ฤดูการออกดอก: ออกดอกตลอดปี
เวลาที่ดอกหอม: หอมตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน
การขยายพันธุ์:
การปักชำ (ดูรายละเอียดได้ที่นี่ คลิ๊ก)
การตอน  นิยมใช้กับกิ่งขนาดกลาง - ใหญ่
การเพาะเมล็ด สามารถทำได้ แต่ต้องใช้เวลานานในการปลูก แต่ก็มีข้อดีที่ระบบรากแข็งแรงและอาจได้ต้นที่กลายพันธุ์ได้ โดยเฉพาะต้นที่ปลูกใกล้ๆ กับต้นที่มีลักษณะของดอก หรือต่างสายพันธุ์กัน
ข้อดีของพันธุ์ไม้:
ใบสวยที่สุดในตระกูลลั่นทม
ทรงพุ่มโดยธรรมชาติสวยงาม
ปลูกได้ดีในพื้นที่ที่มีน้ำน้อย แห้งแล้ง และดินเค็ม
เป็นพันธุ์ไม้หอมที่เหมาะสำหรับการบุกเบิกพื้นที่
ช่วงการปลูกกว้างมาก หากสังเกต เราสามารถพบลั่นทมชนิดนี้ขึ้นได้ตั้งแต่ชายทะเลถึงบนเขา
ข้อแนะนำ:
โดยธรรมชาติชอบพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง
ในกรณีที่ปลูกต้นใหญ่ต้องมีการค้ำยันที่ดีและแข็งแรงประมาณ 1 ปี เพราะเป็นพันธุ์ไม้หอมที่มีน้ำหนักต้นมากและระบบรากไม่ค่อยแข็งแรง
การควบคุมขนาดของต้นให้มีขนาดที่เหมาะสม มีความจำเป็นสำหรับพันธุ์ไม้ชนิดนี้ (หลายคนคงเคยเห็น ต้นที่มีขนาดใหญ่และไม่มีการตัดแต่งล้มง่าย)
ในช่วงฤดูร้อนอากาศแห้ง ไม่ควรให้น้ำ รอจนกระทั้งใบร่วงหมดทั้งต้น และเก็บกวาดใบให้เรียบร้อย
ข้อมูลอื่นๆ:
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระราชทานนามให้ใหม่ว่า "ลีลาวดี" จึงมีผู้ให้ความสนใจนิยมเข้ามาปลูกประดับตกแต่งสวนกันมากขึ้น
ดอกตากแห้ง 5-12 กรัม ต้มน้ำกินต่างชาได้ มีรสชุ่ม แก้ไอ บำรุงปอด รักษาอาการร้อนใน ท้องผูกและแก้บิด
เปลือกต้นแห้ง บดเป็นผง ประมาณ 60 กรัม ชงกับน้ำร้อน 4 ลิตร ดื่มครั้งละ 250 มิลลิลิตร ร่วมกับน้ำมะขามเปียก วันละ 4 - 5 ครั้งติดต่อกัน จะช่วยขับปัสสาวะและถ่ายดีขึ้น
เปลือกราก ใช้รักษาโรคหนองในและกามโรค ในใบและต้นมี Fulvoplumierin สารนี้สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อที่ทำให้เกิดเนื้องอกเป็นก้อน
เมล็ด ใช้เป็นยาห้ามเลือด (ภายใน)
น้ำยาง ใช้ทาแก้งูสวัด ทาโรคหิด ใช้ใส่แผล
เอกสารอ้างอิง:
1. ดร. วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม.  พจนานุกรมไม้ดอกไม้ประดับ  2542 หน้า. (738)
2. http://flowersandherbs.cscoms.com/flower/content/f156.shtml
3. http://203.170.173.156/rLocal/stories.php?story=04/05/19/3277219
4. http://www.yonok.ac.th/flora/flora.htm#flaw2
5. Tem Samitinand.  Thai Plant Names.  Revised Edition 2001.  810 p. (422)
รวบรวมโดย: นพพล เกตุประสาท  และไพร มัทธวรัตน์
หน่วยอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ  ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง
คณะเกษตร กำแพงแสน  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  วิทยาเขตกำแพงแสน  จ. นครปฐม