กระดังงาไทย
 
กระดังงาไทย
ชื่ออื่นๆ: กระดังงา (ตรัง ยะลา)  กระดังงาใบใหญ่  กระดังงาใหญ่ (กลาง)  สะบันงา  สะบันงาต้น (เหนือ)
ชื่อสามัญ: Ylang-ylang tree, Ilang-ilang
ชื่อวิทยาศาสตร์: Cananga odorata (Lamk.) Hook. f. et Thomson var. ordorata
Canangium odoratum
(Lam.) Baill. ex King
Uvaria odorata
Lam. (basionym)
วงศ์: ANNONACEAE
ถิ่นกำเนิด: ไทย
ลักษณะทั่วไป: เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง - ใหญ่  พุ่มโปร่ง
ฤดูการออกดอก: ออกดอกตลอดปี
เวลาที่ดอกหอม: หอมแรงช่วงพลบค่ำ
การขยายพันธุ์:
การตอนกิ่ง สามารถทำได้ แต่ไม่ค่อยนิยมเนื่องจากิ่งเปราะ หักง่าย
การเพาะเมล็ด ทำได้ง่าย เป็นวิธีที่นิยมกันมาก
ข้อดีของพันธุ์ไม้:
ดอกมีกลิ่นหอมแรงมาก เหมาะที่จะปลูกใกล้ๆ บ้าน
มีความทนทานกับสภาพแวดล้อมได้ดีและไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน
เป็นพันธุ์ไม้หอมที่สามารถปลูกเลี้ยงได้ไม่ยากนัก เหมาะกับผู้ที่เริ่มปลูกพันธุ์ไม้หอมมือใหม่
ราคาของพันธุ์ไม้ชนิดนี้ไม่แพง เพราะมีการปลูกกันมานานแล้ว
ข้อแนะนำ:
เป็นพันธุ์ไม้หอมที่ต้องการพื้นที่ในการปลูกมาก ประมาณ 16 ตรม. และต้องการแดดจัด การปลูกในที่ร่มจะมีผลต่อการติดดอกออกผล ที่สวนไม้หอมของศูนย์ปฏิบัติการวิจัยฯ ต้นที่มีร่มเงาของไม้หอมชนิดอื่นๆ มีใบและลำต้นสวยงามกว่าต้นที่อยู่กลางแจ้ง แต่ไม่พบการติดดอกออกผล
กระดังงาไทยที่ได้จากการเพาะเมล็ดเมื่อปลูกจะเจริญเติบโตเร็วมาก ที่สวนไม้หอมของศูนย์ปฏิบัติการวิจัยฯ เมื่อปลูกได้ประมาณ 3 ปี สูง 7 - 8 ม. จึงจะออกดอก
เนื่องจากเป็นพันธุ์ไม้หอมที่ส่งกลิ่นหอมแรง การปลูกพันธุ์ไม้ชนิดนี้บริเวณต้นทางที่ลมพัดผ่าน จะทำให้ผู้ปลูกได้สัมผัสกับกลิ่นของพันธุ์ไม้ชนิดนี้ได้โดยตรง
ตำรายาไทยใช้ใบและเนื้อไม้ต้มกินเป็นยาขับปัสสาวะ ดอกปรุงเป็นยาหอม แก้ลมวิงเวียน จัดอยู่ในเกสรทั้งเจ็ด คนโบราณใช้ดอกทอดกับน้ำมันมะพร้าวทำน้ำมันใส่ผม  มีการศึกษาพบว่าน้ำมันหอมระเหยดอกมีฤทธิ์ไล่แมลงบางชนิด Traditional Use  Leaf and wood: diuretic
สารสำคัญ : น้ำมันหอมที่สกัดได้จากดอกเรียกว่า Cananga oil หรือ Ylang-ylang oil ประกอบด้วย Caryophyllene, Benzyl acetate, Benzyl alcohol, Farnesol, Terpineol, Borneol, Geranyl acetate, Safrol, Linalol, Limonene, Methyl salicylate เป็นต้น
สรรพคุณ : น้ำมันหอมระเหยที่สกัดได้จากดอก ใช้ในทางยา เป็น Aromatherapy สำหรับเป็นยาฆ่าเชื้อโรค แก้อาการซึมเศร้า แก้อาการกระวนกระวาย ช่วยสงบประสาท บำรุงประสาท ขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต ขับลม แก้หืดหอบ และยังใช้ในการผลิตเครื่องสำอาง ทำเครื่องหอมต่างๆ กระดังงาสกัดด้วยเอทานอลมีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญของ Staphylococcus epidermidis
สรรพคุณของกระดังงาไทยแบ่งตามส่วนต่างๆ มีดังนี้
เปลือกต้น รสฝาดเฝื่อน ใช้ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้ท้องเสีย
เนื้อไม้ รสขมเฝื่อน ใช้ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ
ดอก รสหอมสุขุม บำรุงโลหิต บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ
น้ำมันหอม ใช้ปรุงน้ำหอม ปรุงขนมและอาหาร
หมายเหตุ:
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงได้ประมาณ 30 ม. เปลือกสีเทา กิ่งออกหนาแน่นใกล้ยอด กิ่งอ่อนมีขนสั้นนุ่มกระจาย
ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับในระนาบเดียวกัน รูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาว 10-20 ซม. ปลายใบแหลมหรือแหลมยาว โคนใบส่วนมากกลม มักเบี้ยว แผ่นใบค่อนข้างบาง มีขนสั้นนุ่มตามเส้นแขนงใบ เส้นแขนงใบ 8-9 เส้นในแต่ละข้าง ตรง เส้นแขนงใบย่อยแบบขั้นบันไดห่างๆ ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. มีขนสั้นนุ่ม ช่อดอกแบบช่อกระจะ ออกสั้นๆ ตามกิ่งหรือซอกใบ มีขนสั้นนุ่ม ก้านช่อยาว 2-3 ซม. ก้านดอกย่อยยาว 2-5 ซม. ใบประดับขนาดเล็ก ร่วงง่าย
ดอก ดอกมีกลิ่นหอมแรง กลีบเลี้ยง 3 กลีบ เชื่อมติดกันที่โคน รูปไข่ ปลายแหลม พับงอ ยาวได้ประมาณ 7 มม. มีขนสั้นนุ่มทั้งสองด้าน กลีบดอก 6 กลีบ รูปแถบ มีก้านกลีบสั้นๆ กลีบยาวเท่าๆ กัน ยาว 5-7.5 ซม. ปลายกลีบแหลม เส้นกลีบจำนวนมาก มีขนสั้นนุ่มทั้งสองด้าน เกสรเพศผู้จำนวนมาก ยาวประมาณ 3 มม. อับเรณูติดด้านข้าง ปลายมีระยางค์เป็นติ่งสั้นๆ ยาวประมาณ 1 มม. รังไข่รูปขอบขนาน เกลี้ยง ยอดเกสรเพศเมียรูปถ้วย เป็นชั้นบางๆ เรียงชิดรังไข่ติดจานฐานดอกเป็นรูปหมวก
ผล ผลย่อยรูปของขนานแกมรูปไข่ ยาว 1.5-2.3 ซม. เกลี้ยง สุกสีดำ ก้านผลย่อยยาว 1.2-1.8 ซม. เมล็ด 2-12 เมล็ด เรียง 2 แถว สีน้ำตาล ผิวเป็นจุดๆ
เอกสารอ้างอิง:
1. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  สมุนไพรสวนสิริรุกขชาติ  บริษัท บุญรอดบริเวอรรี่ จำกัด 2535.
2. ดร. วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม.  พจนานุกรมไม้ดอกไม้ประดับ.  2542 หน้า. (10)
3. ราชบัณฑิตยสถาน.  พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542.  นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น 2546. 1,488 หน้า. (31)
4. http://drug.pharmacy.psu.ac.th/Question.asp?ID=963&gid=3
5. Tem Samitinand.  Thai Plant Names.  Revised Edition 2001. 810 p. (102)
6. The Encyclopedia of Plants in Thailand (สารานุกรมพืชในประเทศไทย)
รวบรวมโดย: นพพล เกตุประสาท  และไพร มัทธวรัตน์
หน่วยอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ  ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง
คณะเกษตร กำแพงแสน  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  วิทยาเขตกำแพงแสน  จ. นครปฐม
ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง 1 หมู่ 6 ถนนมาลัยแมน มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อ. กำแพงแสน จ. นครปฐม 73140
โทรศัพท์  034-351-399  โทรสาร  034-351-392  E-mail: rdiphb@ku.ac.th