นนทรี
 
นนทรี
ชื่ออื่นๆ: กระถินป่า  กระถินแดง (ตราด)  สารเงิน (แม่ฮ่องสอน)  อะราง  ราง  ตาเช็ก  คางฮง
ชื่อสามัญ: Yellow flamboyant, Copper pod peltophorum, Yellow poinciana
ชื่อวิทยาศาสตร์: Peltophorum ferrugineum Benth., Peltophorum inerme (Roxb.) Naves ex Villar, Peltophorum roxburghii (G.Don) Degener, Poinciana roxburghii G.Don, Inga pterocarpa DC.
วงศ์: CAESALPINIOIDEAE
ถิ่นกำเนิด: เอเชียเขตร้อน
ลักษณะทั่วไป: เป็นไม้ยืนต้นและผลัดใบแต่ไม่ผลัดใบทั้งต้น ทรงพุ่มรูปร่มสูงได้ถึง 25 ม.
ฤดูการออกดอก: ออกดอกมากช่วง มีนาคม - มิถุนายน
การขยายพันธุ์: โดยการเพาะเมล็ด  %การงอกของเมล็ดค่อนข้างต่ำคือประมาณ 25%
ข้อดีของพันธุ์ไม้:
ใบเป็นใบขนาดเล็กเวลาใบร่วงจะไม่รกพื้นที่
เนื่องจากเป็นพืชตระกูลถั่วจึงเป็นพืชที่ปลูกเพื่อให้ดินดีขึ้น (จากใบที่ร่วงหล่นและรากสามารถตรึงไนโตรเจนได้)
ข้อแนะนำ:
เนื่องจากเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ จึงต้องการพื้นที่ในการเจริญเติบโตมาก
หากต้องการได้ต้นที่สวยงามต้องมีการตัดแต่งทรงพุ่มเป็นระยะ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
นนทรีเป็นไม้กิ่งเปราะไม่ค่อยต้านทานลมแรง โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่มีการเจริญเติบโตของต้นมาก ในช่วงที่มีลมแรงกิ่งอาจหักลงได้ ไม่ควรปลูกใกล้อาคารหรือริมถนนเพราะอาจเกิดอันตรายต่อตัวอาคารและผู้ที่ใช้ถนนได้
ข้อมูลอื่นๆ:
เป็นดอกไม้ประจำจังหวัด ฉะเชิงเทรา นนทบุรี พิษณุโลก
ต้นนนทรีที่ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยฯ เป็นต้นไม้ที่สำคัญมากเนื่องจากเป็นต้นนนทรีที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกไว้เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2523 ขณะนี้ต้นนนทรีนี้สูงประมาณ 22 ม. ทรงต้นสวยงาม หากสนใจที่จะชมต้นนนทรีนี้อย่าลืมแวะมาเยี่ยมกันนะครับ
เปลือกต้น รสฝาดร้อน แก้ท้องร่วง ขับผายผม ขับโลหิต
เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2506 ตามประวัติดังนี้

ในปี พ.ศ. 2506 ทางสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาทรงปลูกต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ในวันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 จึงได้ประชุมปรึกษาหารือกันในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506 และมีมติให้อาจารย์อัญเชิญ ชมภูโพธิ์ หัวหน้าภาควิชาพืชศาสตร์ อาจารย์ปวิณ ปุณศรี อาจารย์แสงธรรม คมกฤส และอาจารย์เจือ สุทธิวนิช เป็นอนุกรรมการพิจารณาหาต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยมาเสนอ ต่อมาในการประชุมของสมาคม เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2506 คณะอนุกรรมการได้เสนอต้นไม้ 4 ชนิด คือ นนทรี ทองกวาว ราชพฤกษ์ (คูน) และพิกุล และที่ประชุมได้ตกลงเลือกเอาต้นนนทรี เพราะเป็นไม้ยืนต้น มีอายุยืน มีใบสีเขียวแก่ อันหมายถึง สีเขียวขจีของเกษตร และมีใบสีเหลืองทองและดอกสีเหลือง อันหมายถึงสีเหลืองของคณะเกษตร อันปรากฏอยู่ในคำกราบบังคมทูลของคุณหลวงอิงคศรีกสิการ (นายอินทรี จันทรสถิตย์) ในฐานะอธิการบดี  มีใจความสรุปดังนี้คือ
"ต้นนนทรี เป็นไม้ยืนต้น มีอายุยืนยาวนาน มีใบเขียวตลอดทั้งปี ลักษณะใบเป็นฝอยคล้ายใบกระถิน ดอกสีเหลืองประปรายด้วยสีขาว ช่อดอกเป็นพวงระย้า ฝักไม่ยอมทิ้งต้น ทนทานในทุกสภาพอากาศของเมืองไทย สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้เลือกให้เป็นต้นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อแสดงว่า นิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น มีใจผูกพันอยู่กับมหาวิทยาลัยตลอดเวลา และสามารถจะทำงานประกอบอาชีพได้ทั่วทุกหนทุกแห่ง ทั้งในไร่นา ป่าเขา ทั่วทั้งประเทศไทย"
หมายเหตุ: ต้นที่ใช้เก็บข้อมูลเป็นต้นที่อยู่หน้าศูนย์ปฏิบัติการวิจัยฯ
เอกสารอ้างอิง:
1. http://www.hear.org/gcw/html/autogend/species/14268.HTM
2. http://www.panmai.com/university/ku/ku.htm
3. http://www.ku.ac.th/aboutku/thai/nontri.htm
4. Tem Samitinand.  Thai Plant Names.  Revised Edition 2001.  810 p. (402)
5. ดร. วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม.  พจนานุกรมไม้ดอกไม้ประดับ.  2542 หน้า. (10)
6. ราชบัณฑิตยสถาน.  พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542.  นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น 2546. 1,488 หน้า. (560)
รวบรวมโดย: นพพล  เกตุประสาท
หน่วยอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ  ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง
คณะเกษตร กำแพงแสน  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  วิทยาเขตกำแพงแสน  จ. นครปฐม