โมกซ้อนด่าง โมกซ้อนด่าง
 
โมกซ้อนด่าง
ชื่ออื่นๆ: ปิดจงวา (เขมร)  โมกบ้าน  หลักป่า
ชื่อวิทยาศาสตร์: Wrightia religiosa Benth. "variegata"
วงศ์: APOCYNACEAE
ถิ่นกำเนิด: ประเทศไทย
ลักษณะทั่วไป: นิยมปลูกเป็นไม้พุ่มเตี้ยขนาดเล็กสูงประมาณ 1.5 - 2 ม. เพื่อความสะดวกในการตัดแต่งทรงพุ่ม (หากปล่อยให้เจริญเติบโตตามธรรมชาติจะแตกกิ่งก้านสาขามากไม่ค่อยเป็นระเบียบ)
การขยายพันธุ์:
การเสียบยอด โดยใช้โมกมันเป็นต้นตอ
การตอน ใช้เวลา 1.5 - 2 เดือนจึงออกราก และมีความจำเป็นที่ต้องใช้ฮอร์โมนช่วยเร่งการออกราก
ข้อดีของพันธุ์ไม้:
ควบคุมการออกดอกได้ด้วยการควบคุมการให้น้ำและปุ๋ยที่เหมาะสม
เป็นพันธุ์ไม้ที่มีใบด่างเหลืองสลับเขียวสวยงาม และมีดอกที่มีกลิ่นหอมเป็นผลพลอยได้
สามารถตัดแต่งให้เป็นรูปทรงต่างๆ ที่สวยงามตามต้องการได้ดีชนิดหนึ่ง
ใช้พื้นที่ในการปลูกน้อยมากเพียง 1 ตารางเมตร ก็สามารถปลูกพันธุ์ไม้ชนิดนี้ได้แล้ว
เป็นพันธุ์ไม้ที่เหมาะกับพื้นที่ที่เป็นที่โล่งแจ้ง เช่น ตามสนามหญ้าต่างๆ
มีอายุในการประดับได้นานหลายปีภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด
ในกรณีที่ไม่มีพื้นที่ก็สามารถปลูกในกระถางได้ดีชนิดหนึ่ง
ข้อแนะนำ:
โมกซ้อนด่างเป็นพันธุ์ไม้ที่นิยมขยายพันธุ์โดยการเสียบยอด โดยใช้โมกมันเป็นต้นตอ
หากพบยอดที่แตกใหม่มีใบสีเขียวควรเด็ดทิ้งทั้งหมด หากปล่อยไว้ กิ่งก้านที่ใบสีเขียวจะเจริญเติบโตได้รวดเร็วกว่ากิ่งก้านที่ใบด่างที่เรา ต้องการ และทำให้ส่วนใบด่างค่อยๆ ตายได้หากปล่อยไว้นานๆ
การตัดแต่งทรงพุ่มควรทำอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง จะทำให้ทรงพุ่มแน่นสวยงาม
การตัดแต่งบ่อยๆ จะทำให้ใบของโมกซ้อนด่างมีขนาดเล็กลง แต่มีจำนวนใบเพิ่มมากขึ้น หากท่านพบอาการดังกล่าว ไม่ต้องตกใจ เพราะว่าลักษณะดังกล่าวเป็นลักษณะที่ต้องการโชว์ทรงพุ่ม สามารควบคุมทรงพุ่มให้สวยงามได้ง่ายในภายหลัง
รูปทรงที่นิยม ทรงกลมที่ปลายกิ่ง ทรงเหลี่ยม ใช้ประดับสวนและสนามหญ้าได้ดี
พันธุ์ไม้ในตระกูลนี้ส่วนใหญ่จะชอบพื้นที่ที่ไม่มีน้ำท่วมขัง แต่ก็ยังต้องการน้ำในระดับกลางๆ ในฤดูแล้งควรรดน้ำสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง (รดน้ำพอชุ่ม)
ภายหลังการดูแลรักษาที่ดีจะพบว่า มีกิ่งขนาดใหญ่ทยอยแตกมาเป็นระยะๆ ควรรีบตัดออกทันที เพราะบริเวณทรงพุ่มที่มีกิ่งขนาดใหญ่แตกขึ้นมานั้นใบจะร่วงได้ง่าย และเมื่อมีการตัดแต่งภายหลังจากการที่เราปล่อยให้มีกิ่งขนาดใหญ่ไว้นาน จะทำให้บริเวณนั้นโปร่งและดูไม่สวยงาม
ในกรณีที่ต้องการจะเพิ่มเติมทรงพุ่มใหม่ ควรเหลือกิ่งให้น้อยที่สุดและดูแลให้อยู่ในรูปแบบเราต้องการตลอดเวลา จะทำให้ได้ทรงพุ่มใหม่เพิ่มขึ้นโดยไม่มีผลกระทบกับทรงพุ่มเดิม
โมกด่างเป็นพันธุ์ไม้ที่มีราคาตั้งแต่ไม่ถึง 100 บาท ไปจนถึงหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับขนาดของลำต้น และทรงพุ่ม (ยิ่งต้นใหญ่ ยิ่งทรงพุ่มสวยงาม ยิ่งมีราคาแพง) เลือกให้ถูกใจไว้ก่อน ราคาค่อยว่ากันทีหลังครับ
ข้อมูลอื่นๆ:
ยาง ใช้แก้โรคบิดที่มีอาการเลือดออก ใช้แก้พิษงู และแมลงกัดต่อย
ราก รักษาโรคเรื้อน
มีความเชื่อว่า "โมก" จะทำให้เกิดความสุข บริสุทธิ์ สดใส คุ้มกันภัย ราศีพฤษภ (15 พ.ค.-14 มิ.ย.) ชาวพฤษภ เป็นผู้ที่มีความตั้งใจในการทำงานสูง มีความจริงใจ ใจกว้าง มีชีวิตที่ไม่โลดโผน
หมายเหตุ:
โดยธรรมชาติโมกด่างมีระบบรากไม่ค่อยแข็งแรง ดังนั้นกิ่งที่ได้จากการตอนจึงมีการเจริญเติบโตได้ไม่ดีนัก
โมกซ้อนด่างเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบอยู่กลางแจ้ง การปลูกโมกในที่มีแสงแดดไม่เพียงพอจะทำให้ต้นสูงชะลูด และทำให้เสียรูปทรง ความแน่นของใบจะน้อยทำให้ความสวยงามลดลง ข้อนี้สำคัญมากนะครับอย่าลืมพิจารณาก่อนปลูก
เอกสารอ้างอิง:
1. http://158.108.70.5/kusbotanic/plant2544/128_mokdang.html
2. http://counsel.spu.ac.th/story/test_story/newstory.php?status=1&story=108.txt
3. http://www.pharm.chula.ac.th/vichien/building80/mokeban.htm
4. Uamporn Veesommai and Thaya Janjittikul.  PLANT MATERIALS IN THAILAND IN 2001. 640 p. (336)
5. วุฒิ วุฒิธรรมเวช.  2540.  สารานุกรมสมุนไพรไทย. บริษัท โอเดียนสโตร์ จำกัด. พิมพ์ครั้งที่ 1. 620 หน้า (375)
รวบรวมโดย: นพพล  เกตุประสาท
หน่วยอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ  ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง
คณะเกษตร กำแพงแสน  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  วิทยาเขตกำแพงแสน  จ. นครปฐม