ข่าวร้ายของลีลาวดี
นพพล  เกตุประสาท
นักวิชาการเกษตรชำนาญการ
หน่วยอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ  ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง
คณะเกษตร กำแพงแสน  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  วิทยาเขตกำแพงแสน  จ. นครปฐม

ในช่วงฤดูฝน ความชื้นในอากาศสูง เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อราสาเหตุโรคพืชหลายชนิด หากท่านมีลีลาวดีไม่ว่าพันธุ์ใดๆ ก็ตาม ท่านมีสิทธิ์พบลีลาวดีเป็นโรคราสนิม หากอยู่ในสภาพแวดล้อมดังต่อไปนี้
1.อยู่ในที่มีความชื้นในอากาศสูงเป็นระยะเวลายาวนาน หรือท่านรดน้ำบ่อยครั้งเกินไป
2.ลีลาวดีได้รับแสงแดดไม่เพียงพอกับความต้องการ ทำให้ต้นลีลาวดีไม่แข็งแรง และอ่อนแอต่อการเข้าทำลายของเชื้อราสาเหตุโรคพืช
3.มีใบปกคลุมจำนวนมากเกินไป และได้รับปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูงทำให้ต้นอวบน้ำมากกว่าปกติ
4.ท่านมีต้นไม้อื่นๆ ที่มีเชื้อสาเหตุโรคพืชอยู่ใกล้ๆ กับลีลาวดี

ลักษณะอาการของโรคราสนิมที่พอจะสังเกตได้ในเบื้องต้นจากอาการภายนอก

 
rust 01ด้านบนของใบ rust 02ด้านล่างของใบ
 

หากพบอาการดังกล่าวควรปฏิบัติดังต่อไปนี้
1.เก็บใบที่แสดงอาการโรคออกจากต้นให้หมด ในการเก็บใบออกควรจับที่ก้านใบบริเวณใกล้ๆ ลำต้น และค่อยๆ บิดด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากเชื้อราที่เป็นสาเหตุโรคราสนิมสามารถฟุ้งกระจายได้ง่ายในอากาศ หากใบที่เป็นโรคมีจำนวนไม่มากเกินไป ควรเก็บใส่ถุงและปิดปากให้แน่นก่อนการเผาทำลาย
2.ในกรณีที่เป็นต้นขนาดใหญ่และมีใบที่เป็นโรคจำนวนมาก จนไม่สามารถเด็ดใบทิ้งได้ทั้งหมด ควรเก็บกวาดใบที่เป็นโรคบริเวณโคนต้นและใบส่วนที่เก็บถึงให้มากที่สุด และเผาทำลาย
3.ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก
4.งดการให้น้ำระยะหนึ่งเพื่อลดความชื้นบริเวณรอบๆ ต้น
5.ในกรณีที่ยังปลูกเป็นไม้กระถาง ควรเคลื่อนย้ายมาอยู่ในที่แห้ง แดดจัด ลมพัดผ่านได้ง่าย งดน้ำชั่วคราว
6.ในกรณีที่ปฏิบัติตามตั้งแต่ข้อ 1 - 4  แล้ว ยังพบการระบาดของโรค จึงควรใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัด สารเคมีที่แนะนำให้ใช้ เช่น ซาพรอล อมิตตา อัตราส่วนตามที่ระบุในฉลากยา 2 - 3 ครั้ง ห่างกัน 2 - 5 วัน/ครั้ง แล้วแต่ความรุนแรงของการระบาด

หมายเหตุ ลีลาวดีในสภาพธรรมชาติ เป็นพรรณไม้ที่ปลูกได้ดีในที่ค่อนข้างแห้งแล้ง มีการร่วงของใบในฤดูร้อนอยู่แล้ว การขยายพันธุ์ลีลาวดีโดยการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการเจริญเติบโตตลอดเวลา เป็นผลให้ลีลาวดีอ่อนแอในที่สุด