การขยายพันธุ์ไม้หอมโดยการปักชำอย่างง่าย
นพพล  เกตุประสาท
นักวิชาการเกษตรชำนาญการ
หน่วยอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ  ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง
คณะเกษตร กำแพงแสน  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  วิทยาเขตกำแพงแสน  จ. นครปฐม
cutting
การขยายพันธุ์ไม้หอมมีหลายวิธีการด้วยกัน เช่น การตอน การติดตา การทาบกิ่ง การเสียบยอด การเพาะเมล็ด แล้วแต่ชนิดของพันธุ์พืชและวัตถุประสงค์ในการขยายพันธุ์ชนิดนั้นๆ ซึ่งในแต่ละวิธีการมีขั้นตอนและวิธีปฏิบัติอย่างง่ายหรือยาก และต้องอาศัยความชำนาญแตกต่างกันออกไป  ครั้งนี้ขอแนะนำวิธีการปักชำอย่างง่ายๆ โดยใช้วัสดุที่หาง่าย ต้นทุนน้อยและไม่ต้องดูแลมาก
1.  อุปกรณ์ที่ต้องใช้
1.1กรรไกร หรือมีดคมๆ สักอันหนึ่ง (เสียเงินอีกแล้ว) อันนี้สำคัญมาก หากมีดที่ใช้ไม่คม แผลที่เกิดจากการตัดอาจช้ำ และทำให้เกิดการเน่าของกิ่งที่เราชำได้ง่าย (หาไม่ได้ก็ชื้อมีดคัตเตอร์ที่มีใบมีดขนาดกลางสัก 1 เล่ม ใบมีดอีก 1 ห่อไม่เกิน 30 บาท ใช้ได้นานเลยครับ)
1.2กระถาง หรือขวดพลาสติก ขนาดพอเหมาะเท่าที่เรามี (กระถางใส่ต้นไม้ที่เราชื้อมาก็ได้ ถ้าไม่มีกระถางให้หาขวดน้ำอัดลมพลาสติกขนาดใหญ่ หรือขวดอย่างอื่นที่มีขนาดประมาณ 2 ลิตรขึ้นไป ตัดขวดให้ปากกว้างพอที่จะทำงานได้สะดวก หากเป็นขวดควรเจาะรูที่ก้นขวด 3 - 4 รู
1.3ถุงพลาสติกใสที่ไม่มีรอยรั่ว ที่สามารถใส่วัสดุตามข้อ 1.2 ได้และมีพื้นที่เหลือว่างๆ พอที่จะให้กิ่งกระทบกับถุงหรืออื่นๆ
1.4ยางวงที่ใช้รัดของ เอาไว้ใช้รัดปากถุง
1.5วัสดุเพาะชำ มีแกลบเก่า และทรายน้ำจืดละเอียดอย่างละเท่าๆ กัน หากหาแกลบเก่าไม่ได้ แกลบใหม่ก็ใช้ได้แต่ต้องแช่น้ำไว้ 1 คืน แล้วเทน้ำทิ้ง ทำอย่างนี้ 2 - 3 ครั้ง ทรายก็ทำเหมือนกัน
1.6ฟ๊อกกี้ เพื่อใช้ฉีดน้ำให้ความชื้น (ทุกบ้านมีอยู่แล้ว อันที่ฉีดผ้าก่อนรีดนั้นแหละครับ)
2.  การเตรียมวัสดุปักชำ
2.1ผสมทรายกับขี้เถ้าแกลบให้เข้ากันดี
2.2เทวัสดุปักชำที่ผสมแล้วใส่กระถางหรือขวดที่เตรียมไว้ รดน้ำให้ชุ่มอีกครั้ง (หากชุ่มพอจะเห็นน้ำค่อยๆ ไหลออกมาจากก้นกระถาง) วัสดุที่ใส่กระถางควรต่ำกว่าปากกระถางประมาณ 1 นิ้ว
3.  การเลือกกิ่งที่จะใช้ปักชำ
ควรเลือกกิ่งที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป (สังเกตจากสีของกิ่งต้องเป็นสีเขียวอมเทาหรือน้ำตาล กิ่งที่อ่อนเกินไปจะมีสีเขียว กิ่งที่แก่เกินไปจะมีสีเทาหรือน้ำตาล ความยาวของกิ่งปักชำยาวประมาณ 6 - 9 นิ้ว และควรเป็นกิ่งยอด
4.  การเตรียมกิ่งที่จะใช้ปักชำ
4.1ตัดกิ่งจากต้นและตัดใบออกให้เหลือใบเฉพาะที่ยอด 2 - 3 ใบก็พอ ใบเอาไว้มากไม่ได้ครับ เพราะว่าใบจะคายน้ำจนใบร่วง (ระวังไว้นะตรงนี้สำคัญมาก)
4.2ตัดโคนกิ่งใหม่ให้ต่ำกว่าข้อที่ติดใบประมาณ 0.5 - 1 ซม. (ต้นไม้ส่วนใหญ่จะออกรากที่ข้อปล้อง)
4.3นำกิ่งที่ได้จากข้อ 4.2 ไปจุ่มน้ำให้เร็วที่สุด (กิ่งที่เหี่ยวจากการคายน้ำมีโอกาสตายสูง)
4.4หากเป็นพันธุ์ไม้ที่ออกรากยากควรใช้ฮอร์โมนเร่งราก เช่น เซราดิกซ์ รูสโกร เป็นต้น จุ่มให้ถึงบริเวณข้อ และผึ่งลมในที่ร่มหรือที่มืดได้ก็ยิ่งดี เพราะว่าฮอร์โมนจะเสื่อมคุณภาพเร็วหากโดนแสงสว่างหรือความร้อน
5.  การปักชำ
เมื่อเตรียมวัสดุและกิ่งที่จะใช้ปักชำเรียบร้อยแล้ว การปักชำมีขั้นตอนในการปฏิบัติดังนี้
5.1นำกระถางที่ใส่วัสดุเพาะชำที่เตรียมไว้แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ทำการอัดวัสดุเพาะชำให้แน่นอีกครั้ง
5.2ปักกิ่งชำให้ลึกพอสมควร (อย่างน้อยต้องให้บริเวณข้อปล้องที่จะให้รากออก 1.5 - 2 นิ้ว (จากผิวด้านบนของวัสดุที่ใช้ในการปักชำ) ปักกิ่งให้ห่างกัน 1 - 2 นิ้ว แล้วแต่ขนาดกิ่ง
5.3เมื่อปักกิ่งชำเรียบร้อยแล้วนำมาใส่ถุงพลาสติกที่เตรียมไว้ ฉีดพ่นน้ำโดยฟ๊อกกี้ให้ชุ่มอีกครั้ง และให้มีน้ำเหลืออยู่ที่ก้นถุงประมาณ 200 - 300 ซีซี (เอาไว้ควบคุมระดับความชื้นภายในถุงปักชำ)
5.4จากนั้นมัดปากถุงให้แน่น (ถุงต้องเป่าให้กลม (กลมเหมือนถุงแกง) และไม่มีส่วนใดๆ ติดกับกิ่งที่ปักชำ)
5.5นำไปตั้งไว้ในที่ร่มรำไร ประมาณ 15 วัน หากใบที่กิ่งปักชำยังเขียวอยู่ แสดงว่าการปักชำประสบความสำเร็จ
5.6เมื่อปักชำได้ประมาณ 21 วัน ทำการเปิดปากถุงแต่ยังไม่ควรเอาถุงออก
5.7เมื่อเปิดถุงแล้ว 3 - 4 วัน ดูกิ่งปักชำว่าปกติดีอยู่หรือไม่ ถ้าปกติดีก็เอาถุงออกได้
5.8หลังจากเอาถุงออกแล้วประมาณ 7 - 15 วัน ย้ายปลูก