การพัฒนาแตงกวาให้ต้านทานโรคราน้ำค้างด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ
วันพุธที่ 4 พฤษภาคม 2554
รายการข่าวภาคเที่ยง ช่วงเกษตรวันนี้ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7
เผยแพร่งานวิจัยของศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง
เรื่อง "การพัฒนาแตงกวาให้ต้านทานโรคราน้ำค้างด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ"
วิทยากรโดย ดร. อัญชลี  รวีโรจน์วิบูลย์  นักวิจัยชำนาญการ
หน่วยอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรชีวภาพ
นักวิจัย ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ ศูนย์พันธุวิศวกรรมแห่งชาติ ได้ใช้เทคโนโลยีดีเอ็นเอ มาพัฒนาแตงกวาจนได้พันธุ์ใหม่ ต้านทานต่อโรคราน้ำค้าง และมีลักษณะเด่น เพื่อที่จะนำไปใช้เป็นพ่อ-แม่พันธุ์ผลิตแตงกวาลูกผสมต่อไป
เทคนิคดังกล่าวจะใช้ต้นแม่ซึ่งเป็นแตงกวาลูกผสม มียีนต้านทานโรคราน้ำค้าง แต่ไม่สามารถเก็บเมล็ดเพื่อทำพันธุ์ต่อได้ โดยนำเฉพาะเซลล์รังไข่มาผ่านกระบวนการเพาะเลี้ยง เพื่อให้ได้แตงกวาต้นใหม่โดยไม่ต้องผสมกับเกสรตัวผู้ แล้วคัดเลือกเฉพาะต้นที่มีโครโมโซม 2 ชุด ซึ่งเกิดจากโครโมโซมแท่งเดียวกัน เรียกว่า ดับเบิ้ล แฮพพล็อยด์ (Double haploid) การคัดต้นแตงกวาดังกล่าว ต้องนำตัวอย่างใบมาบด แล้วตรวจสอบด้วยเครื่อง โฟล์วไซโตมิเตอร์ (Flowcytometer)
วิธีนี้ทำให้ได้ต้นแตงกวารุ่นที่สอง เป็นพันธุ์แท้มีลักษณะนิ่ง และมีโครโมโซม 2 ชุด สามารถใช้เป็นพ่อ-แม่พันธุ์ต่อได้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนนำไปทดลองปลูกในแปลง เพื่อจะคัดให้ได้แตงกวาพันธุ์ใหม่ ที่ต้านทานต่อโรคราน้ำค้าง หรือเป็นแตงกวาที่ให้ผลผลิตสูง คุณภาพดี ให้เกษตรกรได้ปลูกเร็วๆ นี้ ซึ่งการพัฒนาพันธุ์แตงกวาด้วยการผสมข้าม หรือผสมตัวเองตามแบบเดิม มักเกิดลักษณะที่กระจาย ต้องใช้เวลาคัดสายพันธุ์ 6 ถึง 8 ปี แต่เทคนิคด้านดีเอ็นเอดังกล่าวใช้เวลาสั้นเพียง 1 ถึง 2 ปีเท่านั้น
ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง 1 หมู่ 6 ถนนมาลัยแมน มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อ. กำแพงแสน จ. นครปฐม 73140
โทรศัพท์  034-351-399  โทรสาร  034-351-392  E-mail: rdiphb@ku.ac.th