|
|
| มณฑา |
| ชื่ออื่นๆ: |
ยี่หุบ (ภาคกลาง) จอมปูน จำปูนช้าง (สุราษฎร์ธานี) มณฑารพ |
| ชื่อสามัญ: |
Magnolita |
| ชื่อวิทยาศาสตร์: |
Talauma candollii Bumel. |
| วงศ์: |
MAGNOLIACEAE |
| ถิ่นกำเนิด: |
เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ |
| ลักษณะทั่วไป: |
ไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นผอมบาง และแตกกิ่งก้านสาขาไม่มากนัก สูง 2 - 3 ม. |
| ฤดูการออกดอก: |
ออกดอกตลอดปี |
| เวลาที่ดอกหอม: |
ตอนเย็น - มืด |
| ข้อดีของพันธุ์ไม้: |
 |
ออกดอกให้ชมบ่อยๆ |
 |
ปลูกในพื้นที่จำกัดได้ พื้นที่เพียง 1 ตรม. ก็สามารถปลูกได้ |
|
| ข้อแนะนำ: |
 |
เนื่องจากมีขนาดลำต้นเล็กไม่เหมาะสมกับความสูงของลำต้น การปักไม้ช่วยยึดลำต้นจะช่วยให้การเจริญเติบโตของลำต้นดีขึ้นโดยเฉพาะในเขตพื้นที่ลมแรง |
 |
ปลูกได้ทั้งพื้นที่มีแสงแดดจัดตลอดวันและแสงแดดรำไร |
 |
การปลูกในพื้นที่ที่แสงแดดจัดจะออกดอกได้ดี แต่ใบจะไม่ค่อยสวยงาม |
 |
พันธุ์ไม้ในสกุล Magnoliaceae ส่วนใหญ่ต้องการน้ำค่อนข้างมาก แต่ไม่ชอบน้ำท่วมขัง มณฑาก็เช่นกัน |
|
| ข้อมูลอื่นๆ: |
 |
ดอก ใช้แต่งกลิ่น |
 |
ดอกสด มีน้ำมันหอมระเหย ทำให้มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว |
|
| เอกสารอ้างอิง: |
| 1. |
ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น 2546. 1,488 หน้า (830) |
| 2. |
Tem Samitinand. Thai Plant Names. Revised Edition 2001. 810 p. (340) |
|
| รวบรวมโดย: |
นพพล เกตุประสาท หน่วยอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พืชพรรณ ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม |
|